อาจารย์มิอุระ เค็นทาโร่ กับงานบรรยายครั้งแรก! จะเริ่มลงมือวาดการ์ตูนยังไงดี...

BERSERK1

 

การบรรยายของอาจารย์มิอุระ เค็นทาโร่ จัดขึ้นในงาน HAKUSENSHA SOKUJITSU DEBUT MANGA AWARD” งานรางวัลการ์ตูนผสมผสานงานอีเวนท์จากฮาคุเซ็นฉะซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่ง “HAKUSENSHA SOKUJITSU DEBUT MANGA AWARD” นั้นทางกองบก.ของนิตยสาร HANATOYUME, BESATSU HANATOYUME, LaLa, MELODY และ YOUNG ANIMALจะตัดสินและคอมเม้นต์จากต้นฉบับทั้งหมดที่เก็บไว้

 

อาจารย์มิอุระ เค็นทาโร่
อาจารย์มิอุระ เค็นทาโร่​

 

ส่วนการแสดงบรรยายในอีเวนท์นี้เป็นหัวข้อ “แนะแนวทางสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำงานยังไงดี” ซึ่งอาจารย์มิอุระก็ได้เกริ่นนำว่า “เพราะผมเพิ่งจะเคยแสดงบรรยายอะไรแบบนี้ครั้งแรก เกิดผมไปไม่เป็นขึ้นมาก็ช่วยหน่อยนะครับ....” แล้วก็เริ่มพูดเกี่ยวกับไอเดีย ตัวละคร และเนื้อเรื่อง

 

BERSERK

 

อาจารย์มิอุระบอกว่า “วิธีคิดไอเดียมีอยู่ 4 อย่าง” แล้วก็อธิบายอย่างแรก “แบบผสมผสาน” โดยยกตัวอย่างการผสมผสานไอเดียมากกว่า 2 อย่าง จากเรื่อง “Girls und Panzer” ที่ผสมผสานกันระหว่างรถถังกับกิจกรรม, “Kantai Collection KanColl-“ สาวสวยกับเรือรบที่กลายร่างเป็นคน และ “ISEKAI SHOKUDO” ที่ผสมผสานระหว่างอาหารกับแฟนตาซี แล้วก็มาวิเคราะห์ว่า “ข้อได้เปรียบก็คือภาพสวย อิมแพ็คแรง ทำสื่อและทำเป็นสินค้าง่าย อย่างแค่โลกต่างมิติก็ดูเป็นด่านหน้าที่สุดยอด ต่อยอดได้เยอะ ความนิยมสูง แต่ก็ต้องทำให้โดดเด่น ต้องทำให้เป็นผลงานที่ดี ซึ่งก็จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจ อีกทั้งจะมีข้อผิดพลาดตรงที่ความเรียลที่มันจืดจาง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้รับความนิยมในเหล่าโอตาคุแต่ในทางสังคมแล้วมันจะดังยาก”

 

BERSERK3

 

BERSERK4

 

แล้วก็มาจำแนกไอเดียแต่ละรูปแบบว่า “รูปแบบเป็นเหตุเป็นผล” คือจะคิดถึงรายละเอียดของไอเดียอย่างเป็นเหตุเป็นผล, รูปแบบแฟลช” ที่จะตัดสินกันที่จุดโฟกัส และ “รูปแบบรีนิว รีเมค ฉีกแนว” ที่จะเรียกว่าเป็น “รูปแบบเป็นเหตุเป็นผล” ก็ได้

 

BERSERK5

 

ซึ่งก็ยกตัวอย่างชื่อผลงานที่มีลักษณะตามแต่ละแบบนั้นขึ้นมาพูดถึงข้อดีข้อเสีย แล้วก็ยก BERSERK” ที่เป็นผลงานของตัวเองว่าถูกวางให้เป็น “รูปแบบแฟลช” และบ่งบอกว่า “ดาบยักษ์” ที่กัทส์แบกนั่นก็คือคีย์เวิร์ด

 

BERSERK6

 

BERSERK7

 

มาถึงหัวข้อต่อไปก็คือ “ตัวละคร” ก็เล่าว่าสำหรับการจะตั้งตัวละครขึ้นมาจำเป็นต้อง “ทำให้สุดโต่ง” “มีความแข็งแกร่งเฉพาะตัว” บอกว่า “ยกตัวอย่างเช่น มองกุส ใน “BERSERK” เป็นตัวละครที่วางบทให้พอสมควร มองกุสเป็นพวกคลั่งศาสนาและยังเป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอ เป็นตัวละครที่เอาคีย์เวิร์ดที่ว่า “แข็งแกร่ง” มารวมเข้าด้วยกัน แค่รวมเข้ากับคีย์เวิร์ดคำเดียว ในที่สุดเราก็จะได้ตัวละครขึ้นมาแล้วครับ”

แล้วก็แนะนำว่า “ปัจจุบันนี้มันพัฒนามากขึ้นแล้วก็ถูกแยกย่อยมากขึ้น อย่างเช่นคำว่า “ซึนเดเระ” เอย “คูล” เอย “ตัวข้า” เอย “ขี้แพ้” เอย พอจับคีย์เวิร์ดมารวมเข้าด้วยกันการสร้างตัวละครก็จะกว้างมากขึ้น พอจำคำเดี่ยวๆ (ที่แสดงถึงสีหน้าตัวละคร) ไว้เยอะๆ ก็จะได้เปรียบเวลาสร้างตัวละครทีเดียว” แล้วก็เสริมว่า “ตัวละครที่จะตั้งขึ้นมาควรสร้างจากมุมมองจากภายนอกจะดีกว่า ผมไม่ได้จะบอกว่าคนเราดูกันที่รูปลักษณ์ แต่คนเราฮุบเหยื่อจากรูปลักษณ์ ซึ่งพอเป็นการ์ตูนเซเน็น ตัวละครจำเป็นต้องมีความลึก ต้องพยายามสร้างให้มีมิติทั้งรูปลักษณ์และคุณลักษณะ มีเนื้อหาที่ลึกมากขึ้น

 

BERSERK8

 

และกล่าวว่า “ถ้าให้พวกตัวละครเด่นๆกระจายกันอยู่ในการ์ตูน มันจะเกิดความสับสนวุ่นวาย” ตามด้วยอธิบายต่อว่า “การคิดและกำหนดลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครนั้นสำคัญ” และแจกแจงตัวละครอื่นๆว่า “ก่อนอื่นต้องให้ตัวเอกโดดเด่น จึงต้องวางตำแหน่งตัวละครรอบๆเพื่อการนั้น” ซึ่งสำหรับกัทส์ ตัวเอกของ BERSERK นั้น กริฟฟิชเป็นตัวละครที่จะดึงเอา “ความร้อนรน, ใจสู้ และความเหงา” ออกมา ส่วนพัคก็เป็นตัว “ผ่อนคลาย, ตลก, เพชฌฆาตความเครียด” และแคสก้าในปัจจุบันก็คือตัวละครที่ดึงเอา “ความรู้สึกผิด, ความร้อนใจ และความน่าเวทนา” เหล่านี้ออกมา” ก่อนที่จะพูดถึงเคล็ดลับการสร้างตัวละครให้ฟังอย่างไม่มีปิดบังว่า “เมื่อไล่กำหนดตำแหน่งวางตัวละครที่คิดว่า “อยากดึงด้านแบบนี้ของกัทส์ออกมาให้เห็น” ไปเรื่อยๆ ตัวเอก็จะมีแง่มุมด้านต่างๆหลากหลายขึ้นมาครับ”

 

BERSERK9

 

นอกจากนั้น ยังบอกเล่าอย่างจริงจังถึงเรื่องที่ว่า “การใส่ความสัมพันธ์ของคนที่อยู่รอบตัวเราลงไปมีความสำคัญครับ เพราะมันมีอยู่จริงถึงได้มีพลัง ถึงได้น่าเชื่อถือครับ ตัวผมเองเป็นแบบนั้นก็เลยเข้าใจ แต่พวกคนที่เป็นโอตาคุนั้นมักคิดกันว่า “ตัวเรามันก็ไม่เท่าไหร่ น่าเบื่อ” เลยกลายมาเป็น “เพราะงี้ถึงได้อ่านการ์ตูน” แต่ถ้าคิดจะหาเลี้ยงท้องด้วยการ์ตูนแล้วล่ะก็ ห้ามละทิ้งความเป็นจริงที่อยู่คู่ตัวเองไปเด็ดขาด จากประสบการณ์จริงของผม กองพันเหยี่ยวนี่ผมเอาความสัมพันธ์กับพวกเพื่อนๆสมัยม.ปลายเป็นพื้นฐานกำหนดตัวละครครับ พอมีเรื่องราวกองพันเหยี่ยวเข้ามาก็รู้สึกได้เลยว่าโดนใจแฟนๆเข้าเต็มๆครับ”

 

BERSERK10

 

ท้ายสุดนั้นก็คุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวโดยบอกว่า “ในวงการการ์ตูนนั้นมีสิ่งที่เรียกกันว่า “รูปแบบทองคำ” อยู่ ยิ่งมันยอดเยี่ยมมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งถูกนำมาใช้ซ้ำมากเท่านั้น” พร้อมกับยกตัวอย่างเช่น “รูปแบบกัปตัน” ที่มีชมรมหนึ่งซึ่งอ่อนแอและกำลังจะโดนสั่งยุบ ก็ได้ตัวเอกที่เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆมาสมัครเข้าชมรม ซึ่งส่วนมากตัวเอกมักจะมีความหลังอะไรสักอย่างกับกิจกรรมชมรมนั้นๆ แต่เมื่อกอบกู้ชมรมและขัดเกลาตนเองร่วมกับพรรคพวก ก็จะค่อยๆเอาชนะความหลังตัวปัญหาไปได้เรื่อยๆ จนในที่สุดตัวเอกก็จะได้เผชิญหน้ากับชมรมเก่าที่เคยอยู่มาก่อน ซึ่งผลงานในปัจจุบันที่ใช้รูปแบบนี้ก็ได้แก่ “Girls und Panzer” และ “SAKI” และยังมีพูดถึงรูปแบบทองคำอื่นๆเช่น “รูปแบบ YAWARA!” “รูปแบบเชน”

 

BERSERK11

 

พร้อมทั้งยกตัวอย่างผลงานที่เข้าข่ายใช้รูปแบบดังกล่าว อันรูปแบบทองคำนั้นไม่มีลิขสิทธิ์ผู้สร้าง ดังนั้นถ้ากองบก.รู้จักรูปแบบทองคำที่ดีๆไว้เยอะๆแล้วเอาไปสอนให้นักวาดการ์ตูนได้ก็จะดีที่สุดเลย “สมัยที่ยังเป็นนักวาดมือใหม่ ผมมักคิดแต่ว่าต้องมีความแปลกใหม่แหวกแนวมันถึงจะสนุก แต่ความ “แปลกใหม่” กับ “แหวกแนว” มันก็ไม่ได้โยงกับ “สนุก” หรือ “น่าติดตาม” เสมอไปหรอกนะครับ รูปแบบทองคำนั้นมักโดนมองว่าเป็นรูปแบบเดิมๆกันก็จริง แต่มันก็มีความน่าเชื่อถือที่ตกทอดกันมาข้ามยุคสมัยอยู่ในระดับสูง เอามาใช้เป็นพื้นฐานการวาดการ์ตูนได้ดีมากๆเลยครับ”

 

BERSERK12

 

Source: Natalie / Siamintercomics

คุณกำลังหาอะไร?

video

t

o

p