ทำไมการ์ตูนยุคนี้ ต้องSpin Off และทำไมจึงขายดีมาไขความลับนี้กัน!!

ในปัจจุบันนี้ในตลาดการ์ตูนกระแสของการ์ตูนแนว สปินออฟ กำลังมาแรง หากให้ยกตัวอย่างผลงานแนวนี้ที่โด่งดังก็ได้แก่ Chuukan Kanri Roku Tonegawa ที่เป็นสายแยกออกมาจากซีรี่ส์ ไคจิ และเรื่องที่เป็นที่ฮือฮากันในเน็ตเมื่อช่วงปีที่แล้ว DRAGON BALL GAIDEN TENSEISHITARA YAMUCHA DATTAKEN (ดราก้อนบอลภาคพิสดาร เกิดใหม่มาเป็นหยำฉา) จากเรื่อง DRAGON BALL

 

 

 

 

 

สปินออฟ นั้นหมายความถึง ผลงานแตกจากเรื่องหลัก หรือ ภาคพิสดาร ซึ่งหากย้อนดูตามประวัติศาสตร์แล้วงาน สปินออฟ ที่เก่าแก่ที่สุดของการ์ตูนญี่ปุ่นก็น่าจะเป็นเรื่อง FUKUCHAN ที่หยิบเอาฟุคุจังตัวประกอบจากเรื่อง EDOKKO KENCHAN การ์ตูนที่ลงในนสพ. TOKYO ASAHI ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดสงครามโลกนั่นเลยทีเดียว

จากนั้นในช่วงปี 1980 ผลงานสุดฮิตของเด็กๆยุคนั้น คินนิคุแมน ก็มีผลงานแยกออกมาด้วยโดยเป็นเรื่องราวแนวโลกคู่ขนานกับเรื่องหลักที่มีราเม็งแมนเป็นตัวเอกในชื่อเรื่องว่า TOUSHOU!! RAMENMAN (ราเม็งแมนยอดขุนพล) ซึ่งก็ยังได้รับความนิยมไม่แพ้กันจนได้ทำเป็นอนิเมและเกมออกมา นอกจากนี้ก็ยังมี SHURA NO MON การ์ตูนแนวต่อสู้ของตัวเอกผู้ใช้วิชาหมัดมุตสึเอ็นเมริวที่มีออกภาคแยก SHURA NO TOKI ซึ่งถือเป็นเคสที่หาได้ยาก เพราะงาน Spin Off กลับถูกทำเป็นอนิเมแทนเรื่องหลักเสียได้ และก็ยังมีงาน Spin Off ข้ามค่ายอย่างเรื่อง NAGASAWAKUN ของโชกาคุคังที่แตกสายออกมาจาก CHIBI MARUKOCHAN ของชูเอฉะอีกด้วย

 

 

 

 

 

ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องแนว Spin Off นั้น คุณคินุวะ ชินอิจิ นักวิจัยสื่อก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า ในปัจจุบันที่มีการ์ตูนแนวสปินออฟออกมาเป็นจำนวนมากนั้น ตัวกรอบแนวคิดของมันเองก็ขยายกว้างออกไปด้วยในช่วง 10 ปีมานี้ จนเกิด “ผลงานแตกสาย” หลายๆรูปแบบขึ้นมา ยกตัวอย่างก็เช่น แนว SD หรือแนวแก๊กตลก โดยแนว SD นั้นได้แก่ SUZUMIYA HARUHICHAN NO YUUTSU จากเรื่อง SUZUMIYA HARUHI NO YUUTSU (เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ) และ SHINGEKI! KYOJIN CHUUGAKKOU จาก SHINGEKI NO KYOJIN (Attack on Titan ผ่าพิภพไททัน) ส่วนแนวแก๊กตลกก็ได้แก่ HOKUTO NO KEN ICHIGOAJI จาก HOKUTO NO KEN (หมัดดาวเหนือ) ซึ่งผลงาน Spin Off เหล่านี้ล้วนมีเสียงตอบรับดีจากแฟนๆเรื่องต้นฉบับ

 

โดยคุณคินุวะได้กล่าวถึงกระแสของการฉีกแนวเป็น SD และแก๊กเอาไว้ว่า เป็นการทำเพื่อป้องกันข้อครหา “ทำลายต้นฉบับ” ในกรณีที่ใช้คนวาดอื่นนอกจากเจ้าของผลงานต้นฉบับ ด้วยการนำเสนอในแนวทางที่ว่า “คนละเรื่องกัน”

 

 

 

 

 

ซึ่งในกรณีนี้ Chuukan Kanri Roku Tonegawa (ไคจิ) ที่เคยกล่าวถึงข้างต้นนี้ ก็วาดโดยผู้ช่วยของนักวาดผลงานต้นฉบับ และนำเสนอถึงเรื่องราวเบื้องหลังของตัวร้ายในเรื่องต้นฉบับที่น่าชิงชังว่าแม้แต่คนแบบนี้เองก็มี ด้านที่สมกับเป็นมนุษย์เรา อยู่ด้วย ทั้งยังนำ คำพูดกินใจในเรื่องไคจิ มาใช้แซวได้อย่างถูกอกถูกใจแฟนๆเป็นอันมาก จนนับได้ว่าเป็นผลงาน คนละเรื่อง ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนมีความนิยมทัดเทียมกับเรื่องต้นฉบับเลยทีเดียว

 

ความฝันกลับมาอีกครั้ง!? สปินออฟจำนวนมากที่ออกมาเพื่อคนรุ่นจั๊มป์ที่อายุมากขึ้น
แพทเทิร์นอื่นก็เช่นสปินออฟที่เป็นเนื้อเรื่องต่อของเรื่องนั้นๆ สปินออฟเหล่านี้เป็นผลงานที่เขียนขึ้นเพื่อนักอ่านยุคทอง ที่ปัจจุบันอายุ 40-50 ไปแล้ว Kinniku Man, Saint Seiya (1986-1990 / ชูเอฉะ) ที่มีภาคต่อและภาคแยก Hokuto no Ken (หมัดดาวเหนือ) (1983-1988 / ชูเอฉะ) ที่เป็นเนื้อเรื่องก่อนภาคแรกในชื่อ Souten no Ken (201-2010 / Shinchosha) นอกจากนี้ยังมีผลงานที่เจ้าของซีรี่ไม่ได้วาดเองอย่าง Dragon Ball Super (2016 / ชูเอฉะ) และ BORUTO:NARUTO NEXT GENERATIONS (2015 / ชูเอฉะ) ก็ลงนิตยสารอยู่ Dragon Ball Super กับ BORUTO เป็นตัวอย่างของผลงานที่ผลงานก่อนหน้าดังระดับโลกแล้วเจ้าของผลงานไม่อยากเขียนต่อ แต่มีเสียงจากแฟนๆว่าอยากอ่านต่อมาก ให้คนอื่นวาดก็ได้ บวกกับฝั่งสนพ.ที่อยากออกผลงานดังต่อมาเจอกันพอดี

 

 

 

 

ส่วน Sakigake!! Otokojuku (โรงเรียนลูกผู้ชาย 1985-1991 / ชูเอฉะ) ที่มีสปินออฟในชื่อ Goku!! Otokojuku” (2014-2016 / Nihon Bungeisha) นั้นเป็นผลงานครอสโอเวอร์ที่มีตัวละครจากการ์ตูนเรื่องเก่าๆของ อาจารย์มิยาชิตะ อากิระปรากฏตัวในเรื่อง จริงๆแล้วครอสโอเวอร์กับสปินออฟนั้นต่างกัน แต่สปินออฟที่เดินเรื่องแบบครอสโอเวอร์เองก็เป็นงานเขียนอีกแบบที่ต้องพูดถึงเช่นกัน พูดถึงครอสโอเวอร์ก็มีเรื่อง Dai Koushien (1983-1987 / Akita Shoten) ที่มีตัวละครจาก Dokaben (1972-1981 / Akita Shoten) ผลงานของอาจารย์มิสึชิมะ ชินจิมาปรากฏตัวในเรื่อง แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องที่ทุกคนรู้จักดีก็จะเป็น Avenger หรือ Justice League” ที่เป็นหนังดังจากฮอลลีวู้ด และถ้ามองในภาพรวมก็จะเห็นอีกว่าการครอสโอเวอร์นี้ได้รับผลจากคลิปวิดีโอนิโกะนิโกะ, โซเชี่ยลมีเดียร์, วัฒนธรรมโอตาคุต่างๆและโดจินชิด้วย บก.คนนึงในโคดันฉะกล่าวไว้ว่า “ตอนนี้วิธีโฆษณาได้เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ทางบริษัทมีการใช้วิธีสร้างข่าวบนเน็ตแล้วปล่อยให้ buzz” สรุปคือสปินออฟของผลงานที่มีชื่ออยู่แล้วจะกลายเป็นประเด็นได้ง่าย และเหมาะกับยุคปัจจุบัน (คุณคินุวะกล่าว)

 

 

 

 

ขณะเดียวกันก็มีเรื่อง “หมดมุข” ด้วย
แต่ก็มีเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยในโลกบันเทิงอย่างหมดมุขด้วย อย่างที่เคยบอกไว้ข้างต้นว่าสนพ.ต่างๆมีการนำผลงานฮิตมาวาดต่อแทนผู้วาดคนเดิมที่ไม่อยากวาด (หรือวาดไม่ไหวแล้ว?) อย่างเรื่อง Dragon Ball Super” นั้นที่ท้ายเล่มก็ยังมีข้อความจาก อาจารย์โทริยามะ อากิระ ผู้วาดคนแรกมาบอกว่า “มีคนวาดต่อแล้ว!” เรื่องนี้ก็มีผลมาจากที่นักวาดหน้าใหม่และมือสมัครเล่นในปัจจุบันนั้นพัฒนาฝีมือกันไวมากแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน อาจจะมีส่วนมาจากที่ว่ายุคนี้เริ่มเขียนเรื่องใหม่ให้ดังได้ยาก ทางสนพ.จึงอยากลงการ์ตูนที่มีโอกาสฮิตสูง มาเจอกับนักวาดที่มีฝีมือแต่ยังไม่มีที่แสดงฝีมือพอดีเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ถึงจะไม่ได้มาจากเหตุผลด้านบวกเพียงอย่างเดียว แต่การที่มีผลงานฮิตออกมาจำนวนมากในช่วงที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์กำลังตกต่ำนี้ก็เป็นเรื่องดี ก็หวังว่า “วัฒนธรรมการ์ตูน” ของญี่ปุ่นจะเติบโตยิ่งขึ้นกว่านี้ในอนาคต ด้วยการผลิตผลงานหลากหลายออกมาในยุคที่เหล่าแฟนๆต่างมีวิธีสนุกกับผลงานในแบบต่างๆเช่นปัจจุบัน

(เรียบเรียง / นากาโนะ นางะ)

Source: ORICON

 

คุณกำลังหาอะไร?

video

t

o

p