อ่าน KINGDOM แล้วช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิต?

คงรู้จักเรื่อง KINGDOM การ์ตูนที่ลงตีพิมพ์ใน WEEKLY YOUNG JUMP (ชูเอฉะ) กันใช่มั้ย เป็นเรื่องราวที่โฟกัสไปที่อ๋องหนุ่มที่ภายหลังจะกลายเป็นปฐมจักรพรรดิกับเด็กหนุ่มที่มุ่งเป้าจะเป็นยอดขุนศึก มียอดตีพิมพ์รวมเล่ม (ออกมาแล้ว 51 เล่ม) ทะลุ 35 ล้านเล่ม

 

ความจริงแล้วเรื่อง KINGDOM กำลังได้รับความสนใจอย่างสูงในฐานะ การ์ตูนที่ผู้ประกอบธุรกิจควรอ่าน พวกรายการทีวีสายธุรกิจก็เอามาออกรายการในฐานะคอมเมนต์เตเตอร์ คุณอิริยามะ อากิเอะ รองศาสตราจารย์โรงเรียนธุรกิจม.วาเซดะ (บัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจและการลงทุน) ที่เคยแนะนำการ์ตูนเรื่องนี้ให้เป็นอันดับ 1 ของ 5 อันดับการ์ตูนเศรษฐกิจที่มีประโยชน์ต่อการทำงานที่แนะนำ เปิดเผยว่า กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในนักธุรกิจสตาร์ทอัพกับผู้ประกอบธุรกิจระดับท็อป

 

คุณอิริยามะ อากิเอะ รองศาสตราจารย์โรงเรียนธุรกิจม.วาเซดะ (บัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจและการลงทุน)

 

เพราะมีหลายๆคนอย่างเพื่อนๆที่เริ่มทำธุรกิจใหม่คุยถึงเรื่อง KINGDOM ใน SNS[Social Networking Service] กันเยอะมากก็เลยลองอ่านดูมั่ง แล้วก็ติดหนึบทันทีเลย ซึ่งผมภูมิใจมากที่ชอบอ่านการ์ตูน พอถูกถามว่าการ์ตูนที่ผู้ประกอบธุรกิจควรอ่านมีเรื่องอะไรบ้าง ตอนนี้ผมจะแนะนำเรื่อง KINGDOM ทันทีเลยครับ

ทำไมถึงแนะนำให้กับผู้ที่ประกอบธุรกิจน่ะเหรอ คุณอิริยามะก็ให้เหตุผลว่า "ปรียบกับตัวเองง่ายดี"

"การ์ตูนเรื่องนี้ไม่ได้แค่ตัวเอก พวกตัวประกอบก็หลากหลาย แถมตัวละครก็โดดเด่น เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่ามันทำให้ค้นหาตัวตนที่ใกล้เคียงกับตัวเองง่าย แล้วก็ตั้งให้เป็นโรลโมเดลง่าย"

 

เวทีของ KINGDOM จะคล้ายกับญี่ปุ่นในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงรุนแรง

การที่ผู้ประกอบธุรกิจเปรียบตัวเองกับตัวละครใน KINGDOM ง่ายนั้นคุณอิริยามะอธิบายว่า

"เหตุผลก็เพราะยุควสันตสารทที่เป็นเวทีในเรื่องนั้นมันสอดคล้องกับยุคปัจจุบัน ยุควสันตสารทเป็นยุคแห่งความวุ่นวายที่สงครามเพื่อรวมประเทศเป็นหนึ่งแผ่ขยายไปทั่ว ต่อมาปฐมจักรพรรดิของฉินก็รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งได้สำเร็จแต่กว่าจะถึงจุดนั้นได้ก็แทบจะมองไม่เห็นปลายทางเลย เป็นยุคที่มีแต่การแข่งขันและความไม่แน่นอนสูง ซึ่งสถานการณ์นี้คล้ายกับสภาพธุรกิจของญี่ปุ่นนับจากนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงรุนแรง

ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ระบบการจ้างงานจนถึงวัยเกษียณพังทลาย จะบอกว่าบริษัทใหญ่นั้นมั่นคงมันก็พูดยาก ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจต่างวิตกกังวลอยู่เสมอท่ามกลางการติดต่อธุรกิจของญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นยุคที่คาดการณ์อะไรไม่ได้เลย

"ผู้ประกอบธุรกิจรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่มีความคิดที่จะหยุดอยู่ที่บริษัทเดียวครับ ไม่ได้หมายถึงคนทำงานที่เริ่มทำธุรกิจใหม่กับธุรกิจสตาร์ทอัพนะครับ  ซึ่งหากลองมองดูอันดับธุรกิจยอดนิยมของนักศึกษาม.โตเกียวและเกียวโตสมัยนี้แล้วกว่าครึ่งจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนต่างชาติ เพราะพวกเขารู้ว่าหลังจากนี้ไม่มีความแน่นอนในวงการธุรกิจ เลยคาดการณ์ถึงสเต็ปถัดไปหลังจากจบใหม่ แล้วก็เลือกบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนต่างชาติเพื่อเป็นสถานที่ขัดเกลาสกิลความสามารถ

หรือพูดอีกอย่างว่าเป็นการเตรียมตัวเพื่อที่ต่อให้บริษัทที่สังกัดล้มไปในสักวันก็ยังอยู่รอดได้ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นเชาว์ปัญญาของผู้ประกอบธุรกิจรุ่นใหม่สมัยนี้ ซึ่งมีหลายส่วนที่ซ้อนทับกับตัวละครในเรื่อง KINGDOM ที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยกำลังของตัวเองในยุควสันตสารท"

ซิ่น พระเอกของเรื่องได้เริ่มต้นจากเข้าร่วมกองทัพของรัฐฉินเป็นพลทหาร ซึ่งบริษัทก็เปรียบได้กับรัฐฉินที่ต้องไต่เต้าจากพนักงานใหม่ ไม่เพียงแต่ตัวละครที่เรียกได้ว่าอยู่ในชั้นปกครองในการ์ตูนเท่านั้น เหล่าตัวประกอบก็เองก็มีแยกย่อยเป็นลำดับชั้นต่างๆอย่าง ผู้บริหารระดับกลาง คนสร้างอารมณ์ กองหน้าจู่โจม(ฝ่ายปฏิบัติการณ์) ที่อยู่ในองค์กร เป็นเสน่ห์ที่ทำให้คิดว่า “ตัวเองก็อยากมีแบบนี้บ้าง”

 

KINGDOM เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจได้เรียนรู้การเป็นผู้นำ

ตอนนี้แม้จะเป็นมือใหม่แต่ก็อยากขึ้นเป็นผู้นำในสักวัน. คุณอิริยามะกล่าวว่า "KINGDOM เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแบบนั้นได้เรียนรู้ความเป็นผู้นำ"

"ซึ่งการบริหารธุรกิจของต่างประเทศจะมุ่งมั่นไปที่การศึกษาความเป็นผู้นำ แม้แต่ในจีนก็แบ่งตัวอย่างความเป็นผู้นำออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือ ความเป็นผู้นำร่วม ซึ่งเป็นรูปแบบการปกครองที่ใช้ไม้อ่อนและไม้แข็งในการปกครองลูกน้อง และอีกประเภทคือ ความเป็นผู้นำแบบผันแปร ที่จะให้น้ำหนักไปที่การชี้แนะวิสัยทัศน์ คนรุ่นก่อนเองก็สำคัญแต่การจะทำให้ความสำคัญสำหรับยุคสมัยนี้ก็คือคนรุ่นหลังใช่มั้ยล่ะครับ เพราะฉะนั้นการกำหนดเป้าหมายการปกครองอย่าง KPI (Key Performance Indicator ดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงาน) จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปกครอง แต่ในยุคที่ต่อไปมีความไม่แน่ไม่นอนสูง KPI ก็จะเปลี่ยนไปทันทีเพราะทำความเข้าใจยาก ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการทำให้เห็นวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ทุกคนตื่นเต้นและดึงตัวด้วยคำว่า มาทำด้วยกันเถอะ ดีกว่า ซึ่งใน KINGDOM ก็มีผู้นำที่ใช้รูปแบบการชี้แนะวิสัยทัศน์แบบนั้นปรากฏให้เห็นอยู่มากมาย รวมถึงซิ่นที่เป็นพระเอกของเรื่องด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อิ๋งเจิ้ง อ๋องหนุ่มที่จะกลายเป็นปฐมจักรพรรดิในภายหลังก็แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์การปกครองบ้านเมืองอย่างคำพูดดังที่ว่า ธาตุแท้ที่มนุษย์มีอยู่คือแสงสว่าง แล้วก็ยกวิสัยทัศน์ที่ว่า การรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่ง ที่ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จ นอกจากนี้ซิ่นพระเอกของเรื่องที่เห็นพ้องต้องกันก็แบ่งปันวิสัยทัศน์ของตนแก่เหล่าลูกน้อง"

 

"การบริหารธุรกิจก็คือสิ่งที่เรียกว่า “ทฤษฎี Sensemaking” ที่นักจิตวิทยาองค์การชื่อ Karl Edward Weick แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่เคยชี้เห็นว่าเป็นทัศนคติที่สำคัญในการทำให้เกิดนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง คำว่า Sensemake หมายความว่า “เข้าใจอย่างถ่องแท้” ในยุคที่ต่อไปความไม่แน่ไม่นอนสูงนั้น หากตัวเองยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ทำอย่างถ่องแท้แล้วก็ไม่อาจทำให้คนอื่นหรือลูกน้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ได้ เพราะถ้าไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วคนเราก็จะไม่ทำงานตามความหมายที่แท้จริงนั้น ซึ่งผมคิดว่าพลังของ Sensemaking นี่แหละความสามารถที่ผู้นำในยุคที่ปัจจุบันมีความไม่แน่ไม่นอนสูงควรจะมี และอิ๋งเจิ้งใน KINGDOM นั้นมีความสามารถนี้อยู่ในมืออย่างที่สุด ในความเป็นจริง ซิ่นพระเอกของเรื่องเองในตอนแรกก็มีแค่วิสัยทัศน์ในใจของตัวเองที่ “จะเป็นยอดขุนศึก” เท่านั้น แต่ต่อมาก็เห็นพ้องกับวิสัยทัศน์ของอิ๋งเจิ้งที่ว่า “ขจัดสงครามให้สิ้นไปเพื่อรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่ง” เป็นคำพูดที่ได้ยินแล้วรู้สึกว่าช่างอ่อนต่อโลก แต่ก็ทำให้เข้าใจถึงความเป็นผู้นำที่ชื่อว่าอิ๋งเจิ้งได้อย่างถ่องแท้จริงมั้ยครับ

แม้แต่ในปัจจุบันเหล่านักบริหารชื่อดังที่มีความเป็นผู้นำสูง ทุกคนต่างมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และกล่าวคำพูดของตัวเองให้กับพนักงานฟัง แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนแต่ก็เรียกได้ว่าการใช้วิธีการแบบนั้นไม่ได้ทำให้สูญเสียความเป็นผู้นำแต่อย่างใด และไม่เพียงแต่เรื่องความเป็นผู้นำเรื่อง KINGDOM ยังทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ไปถึงอุตมรัฐ(รูปแบบการปกครองของรัฐที่ดีเลิศในอุดมคติ)อันยิ่งใหญ่อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเดินเรื่องอย่างชาญฉลาดและก่อให้เกิดพลังและความคิดสร้างสรรค์

ถึงแม้จะเป็นการดำเนินเรื่องที่เหมือนทำให้คิดว่า “แล้วหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป” แต่ถ้าได้อ่านมาก่อนก็ทำให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้  ถือเป็นความสุดยอดของ KINGDOM ในฐานะเรื่องเล่าเลยทีเดียว ยิ่งถ้าไม่รู้เรื่องราวล่วงหน้าพออ่านรวมเล่มใหม่ล่าสุดจบ ระหว่างที่รอจนกว่ารวมเล่มถัดไปออกก็จะคาดหวังว่าจะได้อ่านเรื่องราวถัดไปในอีกไม่กี่เดือนจนหยุดไม่ได้ แล้วเล่มล่าสุดก็คงจะมีขุนศึก หวังเจี้ยน โผล่ออกมา และพูดถึงเจตนาที่แท้จริงของการทำสงครามที่เขาปราบปราสาทเล็กๆของประเทศที่ชื่อว่า รัฐจ้าว... อะไรแบบนั้นล่ะนะครับ" คุณอิริยามะกล่าว

พอเล่มถัดไปออกตอนที่รู้ถึงเจตนาของกลยุทธ์ของหวังเจี้ยนคุณอิริยามะถึงกับขนลุกเลยทีเดียว

"ถ้าจะว่าไปแล้ว การที่มีเวทีอยู่ในยุควสันตสารทถือเป็นเสน่ห์ของ KINGDOM เลยครับ ยุกนี้ถ้าเทียบกับยุคอื่นๆในประวัติศาสตร์ของจีนแล้วมันมี “ความรู้สึกที่ไม่น่าเบื่อ” เพราะถ้านี่เป็นยุคอื่นหรือราชวงศ์ฮั่นของจีน ไม่ก็ยุคเซ็นโกคุหรือปลายยุคเอโดะของญี่ปุ่นล่ะก็อาจไม่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ค่อยแปลกใหม่ก็ได้เพราะทั้งความจริงในประวัติศาสตร์ทั้งตัวละครต่างก็มีชื่อเสียง เพราะงั้นตัวผมเองตราบเท่าที่ยังอ่าน KINGDOM อยู่ก็ตั้งใจจะทำเหมือนไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับยุควสันตสารท ไม่อ่านบันทึกประวัติศาสตร์แล้วก็จะไม่ค้นหายุคสมัยเดียวกันในอินเตอร์เน็ตด้วย และตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อให้รวมเล่มออกครับ"

 

การลองผิดลองถูกคือกระบวนการนำไปสู่ความสำเร็จ เป็นเหมือนกับเรื่องราวการเติบโตของบริษัท

"ปัจจุบัน KINGDOM วางจำหน่ายถึงเล่ม 51 ซิ่นพระเอกของเรื่องเข้าร่วมในกองทัพของฉินตั้งแต่เล่ม 5 ซึ่งก็คล้ายกับกระบวนการเติบโตของผู้บริหารธุรกิจสตาร์ทอัพ เลยอยากจะแนะนำผู้ประกอบธุรกิจเป็นพิเศษ " คุณอิริยามะกล่าว

"ซึ่งตรงนี้จะไม่ไปแตะต้องเนื้อหาในเรื่องอย่างละเอียด กระบวนการที่เหล่าสมาชิกซึ่งขาดทั้งทักษะและประสบการณ์ที่มีซิ่นเป็นศูนย์กลางได้ลองผิดลองถูกจนนำไปสู่ความสำเร็จนั้นจะว่าไปก็คล้ายกับธุรกิจสตาร์ทอัพ เมื่อมีผลงานในการรบก็ส่งผลถึงขนาดของกองทัพ ทำให้ค่อยๆมีขนาดใหญ่ขึ้นจาก 300 คน, 1000 คน, 5000 คนก็เหมือนกับการเพิ่มพนักงาน ที่เริ่มต้นจากศูนย์และเพิ่มยอดขายขึ้นเป็น หลักล้านเยน, ร้อยล้านเยน, แสนล้านเยน เพราะในเรื่องการทำศึกย่อมต้องมีสมาชิกตายในสงครามบ้าง แยกตัวกลางคันแล้วก็กลับมาใหม่บ้าง ซึ่งความผันผวนตรงนั้นก็คิดซะว่าเป็นเรื่องราวการเติบโตของบริษัท"

 

"ซิ่นมุ่งเป้าจะเป็นยอดขุนศึก ซึ่งถ้าเป็นบริษัทก็เรียกได้ว่าเป็นการอยากขึ้นทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะไปให้ถึงตรงจุดนั้น ประสบการณ์ที่ได้จากการฟัง/ดู/อ่านงานผู้อื่นนี่ล่ะทำให้ก้าวข้ามการทดลองได้ ปัจจุบัน ในการ์ตูนซิ่นได้ขึ้นตำแหน่งที่อีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงตำแหน่งแม่ทัพแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็คิดว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อจะขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุด ขณะที่คิดตามไปผมก็อยากอ่านต่อไปด้วยเลย คนที่ยังไม่ได้อ่านก็ถือเป็นโอกาสที่จะได้อ่านรวดเดียวจนถึงเล่มล่าสุดเลย รู้สึกอิจฉาเลยครับ"

เล่ม 51 เล่มใหม่ล่าสุดที่คุณอิริยามะซึ่งติดเรื่องนั้นงอมแงมเองก็ตั้งตารออยู่วางจำหน่ายแล้ววันที่ 19 ก.ค. เล่ม 51 นั้นเราจะได้เห็นว่าซิ่นจะรับสืบทอดความคิดของแม่ทัพต่อไปยังไง คนที่ยังไม่ได้อ่านอยากให้ลองอ่านดูจะได้เข้าใจทักษะการทำงานจากในเรื่องเพื่อที่จะได้มีชีวิตรอดในยุคที่คาดเดาอะไรไม่ได้

และสำหรับคนไทยอย่างเราๆที่อ่านบทความนี้แล้วคิดตามอยากอ่านKINGDOM ขึ้นมาบ้างก็ติดตามได้จากสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์กันได้ ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้วเล่ม 1-44 หรือสั่งซื้อได้ที่ https://siamintershop.com/

 

Source: toyokeizai /Siamintercomics

 

คุณกำลังหาอะไร?

video

t

o

p