หมดยุคคำกล่าวที่ว่าการ์ตูนบนเว็ปกลืนกินรูปเล่มแล้ว!!

หลายปีมานี้จำนวนการอ่านการ์ตูนเพิ่มขึ้นเป็นเยอะมากทางผู้เขียนเองจึงได้ทำผลสำรวจและสุ่มมาเขียนบทความนำเสนอนี้อย่างตัวอย่างเช่น

 

พนักงานบริษัทเพศชายในเมืองหลวง(27)ลงแอพการ์ตูนในสมาร์ตโฟน 14 แอพ พอสำรวจดูแล้วใน 1 วันอ่านฟรีกว่า 30 เรื่อง ซึ่งจะอ่านแบบดิจิตอลทั้งแบบอ่านฟรีและซื้อ Kindle ในช่วงระหว่างเดินทางไปกลับในรถไฟ 45 นาทีและระหว่างทำงาน อ่านทุกเรื่องตั้งแต่การ์ตูนเก่าๆอย่างฮิโนโทริ วิหคเพลิง ของ เท็ตซึกะ โอซามุ, เซอร์ไวเวิล ของไซโต้ ทากะ ไปจนถึงการ์ตูนผู้หญิง

 

การ์ตูนที่อ่านก็หลากหลายแนว เพราะแค่แตะทีเดียวก็อ่านได้แล้ว จะยืนอ่านก็สะดวก ก็รู้สึกถึงความแตกต่างด้านคุณภาพของผลงานครับ ถ้าจะมีข้อเสียก็คงตรงที่เพราะอ่านหลายเรื่องแล้วแต่ช่วงเวลาก็เลยไม่ค่อยจะมีความประทับใจหลงเหลืออยู่สักเท่าไหร่ (พนักงานบริษัทเพศชาย)

 

เรื่องที่ชอบก็จะซื้อแน่นอน แล้วก็จะมองหาเรื่องใหม่ที่ร้านหนังสือตามเวลาวางจำหน่าย ซึ่งก็สามารถจัดประเภทธรรมชาติการอ่านการ์ตูนได้เป็น ประเภทแรก ซื้อรวมเล่ม ประเภทที่ 2 ซื้อ Kindle  ประเภทที่ 3 อ่านตามร้านการ์ตูนคาเฟ่เดือนละครั้ง และประเภทที่ 4 อ่านที่เป็นเรื่องอ่านฟรีในเว็บ

 

ซึ่งสถานการณ์การอ่านการ์ตูนที่สามารถอ่านได้ฟรีบนอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นเรียกได้ว่า วงการการ์ตูนเริ่มจะน่าเป็นห่วงก็อยู่ที่การสนับสนุนของนักอ่าน

 

ถึงจะอ่านฟรีแต่ก็ซื้อ

ในปัจจุบันมีแอพอ่านการ์ตูนเพิ่มสูงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็น Line Manga (LINE), comico (NHN comico), Mangabox (DeNA) ไปจนถึงแอพของสำนักพิมพ์เองอย่าง SHONEN JUMP+ (SHUEISHA) และ MANGAONE (SHOGAKUKAN) ซึ่งรูปแบบการให้บริการก็มีมากมายหลากหลายตั้งแต่เรื่องเก่าไปจนถึงเรื่องใหม่ ลงเป็นตอนๆหลากหลายเรื่องลงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนในแต่ละวัน รวมถึงแบบให้อ่านฟรีก็เยอะ

ซึ่งคุณมุราตะ โทโมโยชิ บรรณาธิการทีมบริหาร Line Manga แอพอ่านการ์ตูนที่ภาคภูมิใจกับจำนวนยอดดาวน์โหลดภายในประเทศสูงที่สุดรวมสูงถึง 16 ล้านดาวน์โหลดได้วิเคราะห์ถึงการเติบโตดังนี้

"น่าจะเกี่ยวกับการจำหน่ายในรูปแบบดิจิตอล, การเปิดมุมอ่านการ์ตูนในนิตยสารฟรีเมื่อเดือนส.ค. 2014 ซึ่งหลังจากอ่านรายตอนฟรีแล้วก็ทำให้พฤติกรรมที่ยูสเซอร์ไปซื้อแบบรวมเล่มที่ร้านหนังสือเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เรียกได้ว่าไม่ใช่เป็นแค่เว็บไซต์จำหน่ายฉบับดิจิตอลเท่านั้น ยังเป็นการใช้สื่อโปรโมชั่นในการขายตัวการ์ตูนเองเป็นครั้งแรกด้วยครับ"

 

ปัจจุบันมีการ์ตูนออริจินัลลงอยู่มากมายหลายเรื่อง ซึ่งพอจัดทำการ์ตูนลงแอพแล้วทำให้สามารถผ่านสายตาผู้อ่านได้ถึงหลายแสนคนเลยทีเดียว ดังนั้นแอพจึงกลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างผู้อ่านกับผลงาน.ใหม่ๆที่ออกมาในตอนนี้และจากการลงผลงานออริจินัลในเว็บก็ถือกำเนิดเป็นเรื่องฮิตที่ออกมาในรูปเล่มด้วย อย่างเช่น

 

[สุดยอดเลย] [เรื่องนี้ได้ลงใน JUMP ด้วย] [รู้สึกไม่ได้เจอการ์ตูนเทพๆแบบนี้มานานแล้ว]” เหล่านี้คือคอมเม้นท์อันเร่าร้อนของผู้อ่านที่เป็นกระแสบนทวิตเตอร์อย่างคึกคัก อย่างที่เรื่อง FIRE PUNCH ผลงานเรื่องใหม่ลงใน SHONEN JUMP+

 

คุณโฮโซโนะ ชูเฮ รองบก. SHONEN JUMP รับผิดชอบ SHONEN JUMP+ กล่าวว่า "ตั้งแต่เป็นบก.มา 18 ปีเพิ่งจะมีผลงานที่ได้รับกระแสตอบรับจากผู้อ่านทางเว็บเร่าร้อนขนาดนี้ครั้งแรกนี่ล่ะ"

ผลงานเรื่องนี้ที่วาดถึงการต่อสู้ของ ผู้รับพร ที่มีพลังพิเศษ เช่น สร้างใหม่ หรือ ปล่อยไฟ ติดตัว นับตั้งแต่เริ่มซีรี่ส์มาเป็นเวลา 1 ปีก็ออกฉบับรวมเล่มมาแล้ว 4 เล่ม และทำยอดพิมพ์รวมที่ 4 แสนเล่ม

ผลงานดังๆจะทำให้มีนักอ่านผ่านแอพการ์ตูนเพิ่มขึ้นได้จริงๆ JUMP+ เองก็ได้เรื่อง FIRE PUNCH กับ SHUMATSU MO HAREM ที่เริ่มซีรี่ส์ในช่วงเดียวกันช่วยให้มีคนอ่านเพิ่มขึ้นอีกราวๆ 3-4 แสนคน จำนวนหน้าที่เปิดให้อ่านต่อเดือนในปัจจุบันอยู่ที่ 1,900 หน้าโดยประมาณ เดือนที่เยอะหน่อยก็มีเพิ่มขึ้นไปถึง 2,200 หน้า หนากว่าตัวนิตยสารหลักมากมายทีเดียว

 

"กรณีที่ดังอยู่ในเว็บแต่ยอดขายรวมเล่มไม่ดีมันก็มีครับ แต่เว็บก็ถือว่าทำกำไรได้พอตัวเหมือนกัน บางทีแนวคิดที่ว่า [การมีคนอ่านในเว็บ] = [ความสำเร็จ] คงกำลังค่อยๆก่อตัวขึ้นมาแล้ว" (คุณโฮโซโนะ)

 

ที่เหล่าผู้ดูแลแอพอ่านการ์ตูนต่างพากันทุ่มเทเอาใจใส่ที่สุดก็คือการค้นพบนักวาดหน้าใหม่ที่จะสร้างผลงานดังในอนาคต ซึ่งในบรรดาบริษัทต่างๆที่จับงานสายนี้ ที่มีแนวทางต่างออกไปในฐานะสถานที่ชุมนุมของความสามารถ ก็คือ PIXIV เว็บลงรูปวาดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จำนวนผู้ใช้บริการต่อเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ล้านคน โดยผลงานรูปวาดหรือการ์ตูนที่ลงในเว็บนี้จะกลายเป็นที่สนใจโดยไม่เกี่ยงว่าเป็นมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น และก็มีงานในนี้ที่ถูกนำไปตีพิมพ์เพิ่มมากขึ้น

คุณนางาตะ ฮิโรอากิ ประธานกรรมการจัดการ PIXIV กล่าวว่า "ก็ผิดคาดเหมือนกันที่เติบโตขยายตัวถึงขั้นนี้ แต่ก็ได้ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า ภาพกับเนื้อเรื่อง [การ์ตูน] เป็นสิ่งที่ต้องการความสามารถ 2 อย่างที่ต่างกัน แต่ที่นี่เป็นเวทีที่จะรู้ผลกันได้ด้วยรูปวาดรูปเดียว คงเพราะเหตุนี้ล่ะมั้ง"

โดยพื้นฐานบริษัทจะยึดมั่นแนวทางที่ไม่แทรกแซงผู้สร้างผลงาน

"เราไม่ได้มุ่งเน้นผลกำไรเป็นหลัก แต่จะให้ความสำคัญกับการเป็นที่แสดงผลงานซึ่งมีความอิสระสูงสำหรับนักวาด ทั้งฝ่ายดำเนินงานและผู้เข้าร่วมต่างก็มีการพัฒนาอีเวนท์ให้เติบโต และสร้างคอนเท็นต์ขึ้นมาเป็นเป้าหมายร่วมกัน นี่เป็นการเอา [คอมมิกมาร์เก็ต] บรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เป็นแบบอย่าง เสียงตอบรับที่ได้หลังจากจัดตั้งขึ้นมาครั้งแรก ก็ทำให้มั่นใจขึ้นมาเลยว่าหากพวกผมไม่ทำพลาดกันซะเองก็จะมีความสามารถหน้าใหม่ๆที่จะสร้าง [ONE PIECE] หรือ [NARUTO] ในอนาคตถือกำเนิดจากที่นี่อย่างแน่นอน โดยในช่วง 2 ปีแรกเราก็เอากำไรที่ได้จากธุรกิจด้านอื่นมาเป็นทุนดำเนินงานครับ" (คุณนางาตะ)

 

แล้วธุรกิจก็ไปได้สวย จนมาปีนี้ก็จะเข้าสู่การให้บริการเป็นปีที่ 10 แล้ว และปีที่แล้วก็ได้ร่วมมือกับสนพ.ตั้งแบรนด์ร่วมขึ้นและพิมพ์จำหน่ายหนังสือการ์ตูน ซึ่งเรื่อง OTAKU NI KOI WA MUZUKASHII อันเป็นเรื่องราวความรักของโอตาคุชายหญิงวัยทำงาน ก็ก่อให้เกิดความฮือฮา จนขณะนี้พิมพ์ออกมาถึงเล่ม 3 และมียอดพิมพ์รวมกับยอดขายฉบับดิจิตอลรวมกันทะลุ 3 ล้านเล่มไปแล้ว

 

ดิจิตอลกับหนังสืออยู่ด้วยกันได้


ถ้ามีจำนวนผลงานหนังสือออกมามากขึ้น จำนวนหนังสือรวมเล่มที่พิมพ์ออกมาก็จะมากขึ้นตามไปด้วย จำนวนหนังสือรวมเล่มที่ตีพิมพ์ต่อปีนั้นมีราวๆ 10,000 เล่ม ตกที่เดือนละ 8-900 เล่ม
 

ปัจจุบันในร้านหนังสือนั้นไม่เหมือนกับในเวปไซต์ ในร้านยังมีที่ว่างอยู่ จะจัดวางหนังสือยังไงนั้นเป็นเรื่องที่ร้านต้องคิดให้ดี เช่นร้านจุนคุโดที่อิเคบุคุโระ คิดว่าควรให้โอกาสกับผลงานอื่นๆบ้าง จึงจัดหนังสือที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักให้ลูกค้าได้เห็นมากกว่าหนังสืออื่นๆ
คุณทานากะ คาโอริที่ดูแลหนังสือการ์ตูน ประหลาดใจกับความเปลี่ยนแปลงของลูกค้าในช่วง 10 ปีมานี้

 

“ได้ยินลูกค้าคุยกันหน้าร้านว่า [อ่านเรื่องนี้รึยัง?] [เรื่องนี้สนุกนะ] บ่อยขึ้นค่ะ เหมือนลูกค้าจะกำลังแนะนำหนังสือให้เพื่อนอยู่ ไม่นึกเลยว่าหนังสือการ์ตูนจะครองใจนักอ่านได้มากขนาดนี้”
 

คุณซากามะ ไดยู ผู้ดูแลมุมหนังสือการ์ตูนใน TSUTAYA สาขาชิบุย่า ได้กล่าวว่าในช่วง 1 ปีมานี้ Web Comic ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ดังในโซเชียลมีเดีย, ผลงานที่ได้รับความนิยมใน PIXIV หรือผลงานออริจินัลที่ลงต่อเนื่องในแอพ


“เรื่องที่ดังๆในช่วงนี้อย่าง [Tanuki to Kitsune] ของคุณ Atamoto ก็เป็นแนวอ่านสบายๆที่ดังบนทวิตเตอร์ การ์ตูนที่ลงในบล็อกอย่างเรื่อง [Kounoike Tsuyoshi to Neko no Ponta NYAAAN!] ของคุณ Kounoike Tsuyoshi ที่อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่นั้นก็ขายดีเช่นกัน” (คุณซากามะกล่าว)

 

อย่างเช่น comico มีสนพ.บางเจ้าที่ขอเวปการ์ตูนไปทำรวมเล่ม ถ้าต้องมาเรียงการ์ตูนพวกนี้แบบแยกสนพ.ที่ซื้อไปพิมพ์ลูกค้าจะหายาก เราก็เลยจัดชั้น “เวปการ์ตูน” ไปเลย ช่วงนี้เห็นลูกค้าที่ถือสมาร์ทโฟนอยู่ในมือมากขึ้นด้วย


“ลูกค้าทดลองอ่านบนเวป ไม่ก็เปิดโซเชียลมีเดียอ่านที่คนอื่นพูดถึงเรื่องนั้นๆ เพื่อใช้ตัดสินใจว่าจะซื้อดีไหม ก็รู้สึกเหงานิดๆเหมือนกันที่การซื้อแบบลองของอย่างสมัยก่อนเช่นซื้อเพราะปก, เรื่องใหม่ซื้อไว้ก่อนนั้นน้อยลงไป” (คุณซากามะกล่าว)
 

รู้สึกว่ามีคนที่มาร้านหนังสือเพื่อหาการ์ตูนเรื่องที่รู้ว่าสนุกจากในอินเตอร์เน็ตมากขึ้น
 

“มีลูกค้าที่ถามหาหนังสือการ์ตูนเพราะอยากอ่านต่อจากที่ให้ทดลองอ่านหรือจากแบนเนอร์ในอินเตอร์เน็ตมากขึ้น พวกเราเองก็เริ่มจะเช็คเวปไซต์กันเป็นกิจวัตรประจำวันแล้ว [เรื่องบนแบนเนอร์นั้นออกแล้วนะ] เราก็จะแชร์ข้อมูลกันแบบนี้แล้วก็สั่งหนังสือกันต่อไป” (คุณซากามะกล่าว)
 

ส่วนทางคุณชิบะฮาระ คัตสึยะ กองบก.ของเวปไซต์รวบรวมข้อมูลหนังสือ Hon no Hikidashi” ได้วิเคราะห์ไว้ว่า


“ที่เป็นห่วงกันว่าดิจิตอลกับหนังสือกระดาษจะตีกันเองนั้นเป็นแค่ช่วงแรกๆที่ดิจิตอลเพิ่งเข้ามา ตอนนี้เราเริ่มจะเห็นแล้วว่าดิจิตอลกำลังช่วยดึงยอดของหนังสือกระดาษอยู่ ที่เห็นได้ชัดก็คือผลงานเรื่อง [Ayanaru mono dangai] เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลเมื่อปี 1992 และหยุดพิมพ์ไปแล้ว แต่พอมีคนเห็นแบนเนอร์ก็เริ่มมีคนพูดถึงจนต้องพิมพ์ซ้ำ”
 

จากนั้นมาเรื่องที่มีการนำไปขึ้นแบนเนอร์หรือมีให้ทดลองอ่านก็ขายอยู่ได้เรื่อยๆ
 

[Uchuu wo kakeru yodaka] (Shueisha) ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักเรียนม.ปลายหน้าตาสะสวยกับหน้าตาไม่สวยสลับร่างกันนั่นก็เป็นเรื่องที่จบไปแล้วเมื่อ 1 ปีครึ่งก่อน ส่วนเรื่อง [Shokuryou Jinrui] (Kodansha) ที่มีเนื้อหาสุดช็อกอย่างคนกลายเป็นอาหารนั่นก็เป็นเรื่องที่ลงในเวปไซต์เหมือนกัน”


เมื่อเรื่องเก่ากลับมาดัง ผลงานที่หายไปก็กลับมา ดิจิตอลนั้นไม่มีคำว่าพลาด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผลงานทั้งเก่าและใหม่ได้พบกับนักอ่านมากกว่า


“แม้สถานการณ์สิ่งพิมพ์จะไม่ดีนัก แต่ถ้านับยอดจำหน่ายหนังสือดิจิตอลด้วยแล้ว ผมก็คิดว่าหนังสือการ์ตูนนั้นยังคงมีเสน่ห์ในตัวของมันอยู่ครับ” (คุณชิบะฮาระกล่าว)

 

ความเป็นไปได้ที่จะคงสถานการณ์ตอนนี้ไว้

อีกด้านหนึ่ง นิตยสารการ์ตูนก็มาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ในอดีตนั้นการตีพิมพ์นิตยสารเป็นรูปแบบธุรกิจเพื่อใช้เป็นช่องทางนำเสนอประชาสัมพันธ์ผลงานหรือฉบับรวมเล่ม โดยยอมขาดทุนกับนิตยสารแล้วเพิ่มกำไรด้วยฉบับรวมเล่ม แต่มาตอนนี้รูปแบบที่ว่านั้นใช้ไม่ได้แล้ว

คุณอิวาอิ โยชิโนริ หัวหน้ากองบก. COMIC BEAM กล่าวว่า

 

“สมัยนี้เรื่องดังๆที่ยอดพิมพ์ครั้งแรกสูงเกิน 1 ล้าน อย่าง [SAINT ONIISAN] หรือ [ATTACK ON TITAN] หรือ [TERME ROMAE] นี่คนที่รู้ว่าเรื่องพวกนี้ลงอยู่ในนิตยสารอะไรคงไม่ค่อยมีหรอกครับ”

 

COMIC BEAM นั้นได้เริ่มมีบริการ PRENIUM SERVICE YOMOU! COMIC BEAM (มาอ่าน COMIC BEAM กัน!) ในเดือนต.ค.ปีที่แล้วซึ่งเป็นปีที่ 21 ของอายุนิตยสาร โดยจะให้ได้อ่านทั้งนิตยสารและฉบับรวมเล่มแบบไม่อั้น และยังมีไลฟ์สดของนักวาดกับกองบก.ให้ดูในเว็บวิดีโอ NICONICO อีกด้วย โดยจ่ายค่าบริการรายเดือนเพียง 1,980 เยนเท่านั้น

"ที่ผ่านๆมาค่าต้นฉบับของนิตยสารจะเป็นค่าแรงพื้นฐานของนักวาด และส่วนแบ่งยอดขายฉบับรวมเล่มจะเป็นเงินได้เพิ่มเติมของนักวาดครับ แต่ถ้าผลงานกลายมาเป็นวัดกันด้วยยอดดาวน์โหลดในเน็ตเท่านั้นแล้วล่ะก็ อาจจะเกิดกรณีที่รายได้ของนักวาดตกฮวบขึ้นมาก็ได้ "(คุณอิวาอิ)

 

คุณอิวาอินั้นคิดว่าในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีเว็บตัวกลางเจ้าไหนที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านรักษาผลการดำเนินงานและนักวาดการ์ตูนทั้งสองอย่างนี้ได้อยู่เลย

 

เพื่อปกป้องการดำเนินชีวิตของเหล่านักวาดการ์ตูนเอาไว้ เราต้องหาทางรักษาชีวิตของนิตยสารการ์ตูนให้ได้ด้วย ผมคิดอย่างนี้นะครับ... (คุณอิวาอิ)

Source: toyokeizai

posted : 5 / Sep / 18

864 views

คุณกำลังหาอะไร?

video

t

o

p